แฉ2ตร.เอี่ยวหวยอลเวง30ล. ให้รับเก็บได้-ไม่งั้นติดคุก

จากกรณี หวยอลเวง 30 ล้าน ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตตำรวจ พร้อมด้วย นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เดินทางไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

ให้ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยกับนายตำรวจระดับสูง 2 นายที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน กรณีเรียก ร.ต.ท.จรูญ ไปพบที่บ้านพัก เพื่อเจรจาให้ยอมตกลงระงับข้อพิพาท รวมทั้งกรณีที่อายัดเงินในบัญชีธนาคารโดยไม่ถูกต้อง มีการให้สัมภาษณ์ในลักษณะชี้นำการสอบสวน โดยมี พ.ต.อ.ยสวินท์ หรรษมนต์ รอง ผบก.ส.3 ในฐานะนายตำรวจเวรอำนวยการ เป็นผู้รับหนังสือแทน

ด้าน นายษิทรา กล่าวว่า มีนายตำรวจ 2 นายเข้าไปพัวพันเกี่ยวข้องกับคดีนี้ รายแรกไปให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริง กล่าวหา ร.ต.ท.จรูญ ว่าจำสถานที่ เวลา คนขายไม่ได้ ทั้งที่ตนมีสำนวนการสอบสวนอยู่ในมือ นอกจากนี้ยังเรียก ร.ต.ท.จรูญ ไปพบที่บ้านพัก ซึ่งเป็นที่มิดชิด เพื่อเจรจาพูดคุยเกี่ยวกับคดีอาญา ให้ยอมรับผิด ซึ่งกรณีนี้เป็นคดีลักทรัพย์ เป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ แต่พูดจาในลักษณะทำนองว่า หากยอมรับผิด ร.ต.ท.จรูญ จะได้รับส่วนแบ่งอย่างไร หากไม่ยอมจะได้รับโทษอย่างไร ตนมองว่ากรณีนี้เป็นกรณีที่นายตำรวจระดับสูงลงมายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน มีการให้สัมภาษณ์ว่าต้องดำเนินคดีอย่างแน่นอน ฝ่ายนี้กระทำผิด โดยไม่ได้รับฟังพยานหลักฐานจากฝ่ายตนก่อน โดยตนได้นำพยานหลักฐานเป็นเทปบันทึกคำให้สัมภาษณ์ของนายตำรวจคนนี้ที่ไปออกรายโทรทัศน์ 3 รายการ ให้สัมภาษณ์สับเปลี่ยนไปมา ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง มอบให้กับ ผบ.ตร.ด้วย

“ผมคิดว่าการกระทำของตำรวจนายดังกล่าวไม่เหมาะสม มีการชี้นำการสอบสวน ว่าเรื่องนี้ต้องขึ้นศาลแน่นอน ทั้งที่ร้อยเวรยังไม่เรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา จะสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง แต่หัวหน้าตำรวจบอกไปก่อนแล้วว่าจะต้องขึ้นศาล อย่างนี้ร้อยเวรก็ทำงานลำบาก เท่ากับว่าต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหา และก็ฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ ไปตามที่นายตำรวจระดับสูงกล่าวถึง” นายษิทรา กล่าว

นายษิทรา กล่าวอีกว่า อีกรายคือนายตำรวจที่ทำหนังสือไปอายัดเงินในบัญชีธนาคาร ซึ่งไม่ชอบด้วยการสอบสวน เพราะการอายัดบัญชีต้องมีการสอบสวนให้ครบถ้วนกระบวนความเสียก่อน ว่าบุคคลที่ถูกอายัดบัญชีเป็นผู้กระทำผิดจริง ดังนั้น จึงเป็นการอายัดบัญชีโดยไม่เปิดโอกาสให้คู่กรณีได้แก้ต่าง 

ขณะที่ ร.ต.ท.จรูญ กล่าวว่า การเรียกไปพูดคุยกับนายตำรวจระดับสูงคนดังกล่าว ไม่ใช่ลักษณะของการข่มขู่ให้ยอมรับผิด แต่เป็นการพูดในทำนองว่า หากตนไม่ยอมรับจะต้องขึ้นศาล ต้องติดคุกติดตะราง นายตำรวจคนดังกล่าวพยายามให้ตนยอมรับว่าเก็บสลากได้ ส่วนเรื่องรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับแม่ค้าขายสลาก ตนบอกตลอดว่าไม่สามารถจำใบหน้าได้ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ เวลา ตนจำได้ทั้งหมด ตนยืนยันว่าซื้อสลากดังกล่าวมาจริงๆ จึงอยากให้ ผบ.ตร.ให้ความเป็นธรรม ทำความจริงให้ปรากฏ ติดตามข่าวน่าสนใจที่ เดลินิวส์